ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สวัสดีตะวันนี้เราขอพาท่องเที่ยวกาญจนบุรีโดยการเช่ารถขับเองนะคะทริปนี้
เมืองกาญเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ
มากนัก ถ้าอยากพัก ชาร์ตพลังกาย พักใจ
ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวโดยการเช่ารถขับเองแบบฟินๆเลยล่ะ
เมืองกาญเป็นเมืองที่มีทั้งประวัติศาสตร์มายาวนาน อีกทั้งธรรมชาติสุด Unseen
มากมายขอรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ สัก 5 ที่นะคะถ้ามากาญจนบุรีโดยการเช่ารถขับเองเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วที่สุดสำหรับคนที่มีเวลาพักผ่อนไม่ค่อยเยอะนะคะอีกทั้งการเช่ารถขับเองยังสามารถแวะถ่ายรูประหว่างทางหรือสวีทกันตลอดทางเลยค่ะ
ที่เที่ยวกาญจนบุรี ไปกี่ทีก็ไม่เบื่อแน่นอนค่ะเรามาเริ่มการเดินทางโดยการเช่ารถขับเองกันเลยนะคะ
1.สะพานข้ามแม่น้ำแคว
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกาญจนบุรีคือสะพานข้ามแม่น้ำแควที่มีชื่อเสียง
ภาพยนตร์ในปี 1957 ที่ใช้ชื่อเรื่องเดียวกันนี้ทำให้ประวัติศาสตร์ของสะพานข้ามแม่น้ำแควไม่มีวันลบเลือนหายไป
สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นส่วนหนึ่งของ “ทางรถไฟสายมรณะ” ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเนื่องจากการก่อสร้างระหว่างปี
1942 - 1943 มีแรงงานชาวไทยและเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก
ทางรถไฟในยุคสงครามโลกครั้งที่สองแห่งนี้ออกแบบก่อสร้างโดยประเทศญี่ปุ่นเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมของกองทัพระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า
หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟสายนี้ ลองเข้าไปที่ พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองกาญจนบุรี
หรือเดินลอด ช่องเขาขาด ช่องแคบๆ ที่ตัดเข้าไปในเนินหิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ
ปัจจุบัน
ช่องเขาขาดเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างทางรถไฟแห่งนี้
แนะนำให้ไปกาญจนบุรีระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เมษายนเพื่อเลี่ยงฤดูฝน
อย่างไรก็ตาม หากคุณไปเที่ยวในหน้าฝน อย่าลืมไปชมน้ำตกหลายๆ แห่ง
เพราะจะเป็นช่วงที่น้ำตกสวยงามที่สุด
2.อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
น้ำตกที่ใหญ่และสวยงามและขึ้นชื่อของเมืองกาญ ตั้งอยู่ใยอำเภอศรีสวัสดิ์ เป็นน้ำตกหินปูนที่มีน้ำสีฟ้าใสไหลเย็นเห็นฝูงปลาที่แหวกว่าย
มีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะชั้นบนสุดของน้ำตก
ลักษณะสายน้ำไหลลงสู่หินปูนใหญ่ทั้งสามก้อน มองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณซึ่งมี 3
หัว จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อน้ำตก จนคนทั่วไปรู้จักและขนานนามว่า “น้ำตกเอราวัณ” อุทยานแห่งชาติที่ได้รับความนิยมแห่งนี้ตั้งชื่อตามน้ำตกเจ็ดชั้นในอุทยาน
กล่าวกันว่า
ชั้นบนสุดของน้ำตกดูคล้ายช้างสามเศียรเอราวัณตามความเชื่อของศาสนาฮินดู
ลองใช้เวลาสักหนึ่งวันปืนขึ้นไปบนน้ำตก สำรวจเส้นทางปีนเขาและถ้ำต่างๆ
บริเวณเนินเขา
คุณต้องใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงในการเดินทางกลับจากชั้นบนสุดของน้ำตก
ระหว่างทาง เติมความสดชื่นด้วยการลงเล่นในน้ำในสระน้ำตื้นๆ
สีเขียวมรกตที่อยู่ท่ามกลางโขดหินปูน น้ำในสระเย็น แต่ในช่วงหน้าร้อนที่แสนอบอ้าว
นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการคลายความร้อน
ระหว่างปีนขึ้นน้ำตก ลองมองหาสัตว์ป่า
ระหว่างทาง นักท่องเที่ยวมักจะเห็นกวาง ลิง หรือแม้แต่ช้างอยู่บ่อยๆ แกว่งเท้าเล่นในสระน้ำบริเวณน้ำตกเพื่อลอกผิวเท้าด้วยวิธีธรรมชาติ
สระบางสระจะมีปลาตัวเล็กๆ อาศัยอยู่
พวกมันจะตอดชั้นผิวที่ตายแล้วบนเท้าของคุณออกไปอย่างอ่อนโยน
ห่างออกไปทางทิศเหนือของน้ำตกเอราวัณประมาณ 6 ไมล์ (10 กิโลเมตร)
คือถ้ำพระธาตุซึ่งอยู่ลึกลงไปในไหล่เขา ทางเดินในถ้ำมีแสงไฟส่องสว่าง
คุณสามารถใช้บริการไกด์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อชมและศึกษาหินงอกหินย้อยด้านใน
ค่าผ่านประตูของอุทยานรวมค่าเข้าน้ำตกและถ้ำไว้อยู่แล้ว
เมื่อเข้าไปในอุทยาน ลองแวะร้านอาหารเล็กๆ เพื่อซื้อของกินเล่นและน้ำดื่ม
ควรมาแต่เช้า เพราะอุทยานจะร้อนและแออัดในช่วงเที่ยง พกสารไล่แมลงไปด้วย
อุทยานแห่งชาติเอราวัณอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
43
ไมล์ (70 กิโลเมตร)
มีรถประจำทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปอุทยานทุกชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางระหว่าง 1.5-2
ชั่วโมง คุณอาจต้องจ่ายแพงกว่าหากต้องเช่ารถแท็กซี่ส่วนตัวหรือรถสองแถว
แต่คุณจะไปแต่เราจะแนะนำการเช่ารถขับเองจะสะดวกและถึงที่หมายเร็วขึ้นค่ะ
อุทยานแห่งนี้เปิดรับท่องเที่ยวทั้งปีนะคะ
3.ทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำกระแซ
“หากนับหมอนหนุนรางรถไฟมีเท่าไหร่
จำนวนผู้คน-เชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟสายนี้ก็ตายไปเท่านั้น ” นี่คือคำเล่าขานถึงทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ของกาญจบุรี
โดยเฉพาะเส้นทางที่เรียบผ่านบริเวณถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นทางรถไฟที่สร้างลำบาก
และเชลยศึกต้องเสียชีวิตมากที่สุด เส้นทางสายนี้จึงได้รับการขนานนามว่า “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” เมื่อไปแวะไปเที่ยวทางรถไฟในช่วงสะพานข้ามแม่น้ำแควแล้ว
อย่าลืมแวะมาอีกที่หนึ่งซึ่งสวยงามและสำคัญไม่แพ้กัน
3. สุสานทหารพันธมิตร
ในตัวเมืองกาญจนบุรีมีสุสานทหารพันธมิตรซึ่งสร้างไว้เป็นอนุสรณ์สถาน
ได้แก่ สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต ก่อนจะเข้าตัวเมือง
สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ
อีกหนึ่งแห่ง คือ
สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควบรรจุศพทหารเชลยศึกซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ
ประมาณ 1,740
หลุม
4. อุทยานประวัติศาตร์เมืองสิงห์
อีกหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ของประเทศไทย
ตั้งอยู่ในอำเภอไทรโยค
มาชื่นชมศิลปะอันงดงามของของโบราณสถานและโบราณวัตถุเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากขอมโบราณซึ่งหาดูได้ยาก
นอกจากนี้ภายในอุทยานฯยังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้เขียวขจีที่ขึ้นโดยรอบ ข้อมูล
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
5.สะพานมอญ อ.สังขละบุรี
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
หลังเหล่าทหารค่ายสุรสีห์ พระวัดวังก์วิเวการาม
ชาวบ้านสังขละบุรี และผู้ศรัทธจำนวนมาก ร่วมมือร่วมใจกันซ่อมแซมสะพานไม้มอญ
จนเสร็จเป็นที่เรียบร้อย
และใช้วันที่ 18 ต.ค.
ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบการมรณภาพหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดจัดงาน
"ทำบุญใหญ่สะพานมอญ" อย่างยิ่งใหญ่
เป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 900 เมตร ถือว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และยาวเป็นอันดับที่ 2
ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า
และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
สะพานมอญแห่งนี้ มีหลวงพ่ออุตตมะ
พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินการสร้างสะพานไม้นี้ขึ้น
จากความร่วมแรงร่วมใจของชาวมอญที่มีศรัทธาต่อองค์หลวงพ่ออุตตมะ
โดยใช้ท่อนไม้ต้นไม้ที่ยืนต้นตายอยู่ใต้เขื่อนเขาแหลมมาเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้าง
ซึ่งสะพานมอญเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2528 จนมาแล้วเสร็จในปี
2530
และมีการซ่อมแซมปรับปรุงครั้งล่าสุด คือ
ครั้งที่ 5 เมื่อปี 2554 และเป็นแลนด์มาร์คที่ใครมาสังขละบุรีก็ต้องแวะมาถ่ายรูป
มาสัมผัสภาพชีวิตที่เดินข้ามฝั่งไปมา ภาพเด็กๆ กระโดดเล่นน้ำ
หรือแม้แต่ภาพวิถีชาวแพในแม่น้ำ
การเดินทางโดยเช่ารถยนต์ : จากกรุงเทพฯ
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม
ขับมาเรื่อยๆ จะพบทางยกระดับข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323
ซักระยะจะพบสี่แยกให้เลี้ยวขวา(ทางซ้ายไปบ้านโป่ง)
เพื่อไปยังเมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยนให้ขับไปทาง
อ.ทองผาภูมิ จะผ่านทั้งไทรโยคน้อย และไทรโยคใหญ่
ท่านจะพบสามแยกเลี้ยวขวาเข้าสู่สังขละบุรี
ขับไปเรื่อยๆจะผ่านอุททยานแห่งชาติเขื่อนเขาแหลม เมื่อไปถึงแยก
ผ่านด่านเจดีย์สามองค์เข้าไปอีกนิดเดียวก็จะถึงตัวเมืองสังขละบุรี
นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางไปเที่ยวชมสะพานมอญ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี
โทร.0-3451-1200








ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น